2010/Nov/24

 
หายจากการอัพบล๊อคไปเป็นปี อยู่ดีๆ ก็กลับมา...คงเป็นเพราะมีเรื่องให้คิดให้เขียนอีกแล้วสินะ -_-"
 
อย่างที่บอกเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อสองเดือนที่แล้ว (ไปทำงานให้เจ้านายแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น) ก็เกิดอาการ Amazing Japan ขึ้นมาได้ ให้ตายเถอะ!
 
ตอนโดนสั่งให้ไป ก็อิดออดอยู่พักใหญ่ เพราะเป็นคนกลัวคนญี่ปุ่น (ทั้งๆที่ทำงานกับคนญี่ปุ่นเยอะอย่างกะโขลงช้าง) แต่ก่อนจะไป มีแต่เจ้านายรุมหัวมา build ให้เกิดความอยากจะไปสุดๆขึ้นมา
 
ขอโต๊ดดดดเถอะ อุเหม่ มันติดใจ!
 
7 วันที่ amazing เหลือเกิน เพราะตารางงานก็แสนจะว๊างงว่างงง (หรือเป็นเพราะไม่ค่อยขยันก็ไม่รู้) ก็เลยหาเรื่องนัดชาวบ้าน (ชาวบ้านที่ว่านี้ คือเจ้านายทั้งหลายที่ได้กลับไปประจำการที่โตเกียวแ้ว้ว) ออกมาเลี้ยงข้าว เลขาหน่อย (เอาเป็นว่าได้กินข้าวเย็นฟรีเกือบทุกมื้อ)
 
มีอยู่มื้อนึง ไม่รู้จะกินอะไรเลยเดินเข้าร้านแมค ก็ไปเล่าให้เจ้านายฟังว่า โอ้ว เมื่อวานชั้นไปกินแมคมานะ อร่อยกว่าของไทยอีก เจ้านายทำหน้าแบบโมโหมาก เหมือนเสียศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง
 
"เธอมาถึงโตเกียว แต่เดินเข้าไปกินแมคโดนัลล์เนี่ยนะ" (เข้าล๊อคค่ะ หลังจากนั้นโดนลากไปกินข้าวกับคนนู้นคนนี้ทุกวัน---ฟรี)
 
อยู่นั่นก็ไม่มีอะไรมาก ก็ไปตามนัดที่นัดชาวบ้านไว้ เดินทางไม่ยาก เพราะมีล่ามพาไป (ก็ใช่สิ ให้ไปพบแต่ละคน ไม่พูดภาษาอังกฤษกันเลย) เสร็จงานประจำบ่ายสองบ้าง บ่ายสี่บ้าง ก็แยกย้ายกับล่ามสาว...ฉายเดี่ยว
 
ตื่นเต้นเป็นที่สุดกับระบบการเดินทางของโตเกียว มันช่างน่างงอะไรปานนั้น แต่ขอโต๊ด กระเหรี่ยงคนนี้ไม่เคยหลงนะจร้าาาา
 
แต่ก็เกิดอุบัติเหตุขาพลิกขาแพลง จนต้องหาหมอกันไป เลยรู้สึุกเดินไม่ค่อยจะสนุก (ทั้งๆที่ไอ้คนประเทศนี้มันเดินกันเหลือเกิน) ก็เป็นการไปเที่ยว (ต้องบอกว่า ทำงานสินะ) ที่ทรมานแต่สู้ตายมาก เพราะทั้งๆที่เจ็บขาก็ยังกลับมานอนที่ห้องตอน สี่ห้าทุ่มตลอด... -_-"
 
จุดนึงก็ที่อยากจะบอกก็ดี รู้สึกดีอ่ะ อยากกลับไปอีก อยากกลับไปอยู่ (ไม่ใช่อยู่เลยนะ...ไม่เอา) แต่รู้สึกว่าได้ ดิ้นรน อะไรหลายๆอย่างด้วยตัวเองดี ได้ทำอะไรด้วยตัวเองหลายๆอย่าง เหมือนได้เป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว (แค่ 7วัน ก็เปลี่ยนคุณได้)
 
ทั้งๆที่ไปแค่อาทิตย์เดียว ก็รู้สึกชินกับชีวิตแบบนี้ซะเหลือเกิน (อยากจะทำหน้าเจี๊ยมเจี๋ยม เข้าไปกราบแทบเท้าเจ้านายอีกครั้ง....ส่งหนูกลับไปเถิดดดด)
 
การไปต่างประเทศครั้งที่ผ่านๆมา ไม่มาครั้งไหน...ที่ประทับใจขน๊าาดดดดด เท่านี้เลยจริงๆ
 
เลยคิดว่าจะกลับไปเรียน ป.โทอีกใบที่นี่ ขอทุนเอา ใช้เจ้านายให้เป็นประโยชน์ ซึ่งมันก็คงใช้เวลาสองปี ตอนนี้ก็ 26 แล้ว ...จะสายไปไหม? แล้วที่บ้านล่ะ ใครจะดูแล เพราะทุกวันนี้ก็ช่วยๆกันกับพี่ชายค่อยช่วยกันทำมาหากินผ่อนบ้าน ผ่อนรถกันอุตลุด ถ้าไม่มีเรา พี่ก็คงจะไม่ไหว หมดลมปราณแน่เรย (กตัญญูเสียเหลือเกินนะชั้น -_-")
 
รึจะไปฝึกงาน 6 เดือน...แต่ก็ฝึกงานก็คือฝึกงานอ่ะนะ ก็ไม่มีกินอยู่ดี
 
แต่ ชีวิตเรามีแค่ครั้งเดียวนะ จะทำอะไรก็ทำ เดี๊ยวก็ตาย ห่...กันหมดแล้ว(เพื่อนเึค้าพูดงี้จริงๆน๊ะ ไม่ได้จะหยาบคาย)
 
แล้วเสียงของหัวใจมันก็บอก(ฟิ้ววว...สำคัญที่สุด)ว่า  "กรูจะไป"...(นี่แหล่ะประเด็น)
 
จริงๆที่เล่ามารู้สึกว่ามันดูเป็นเหตุผลเลื่อนลอยไม่ค่อยมีน้ำหนักเท่าไหร่นะ ที่จะไป (เหมือนครั้งที่หนีพ่อไปเมกาเมื่อ5-6ปีก่อนนะแหล่ะ...) แต่จิงๆมันมีเหตุผลมากกว่านั้น ด้วยหน้าที่การงาน ความฝัน หรืออะไรหลายๆอย่าง ไม่ได้ไปเพราะความบ้าญี่ปุ่นแต่อย่างใด แต่เพราะคำตอบหลายๆข้อ มันอยู่ตรงนั้น
 
แต่ก็รอดูกันต่อไปนะ อาจจะมีอะไรบางอย่างเข้ามาในชีวิต เปลี่ยนเข็มทิศเราอีกก็ได้ ^^;;
 

Comment

Comment:

Tweet


น้องเตยไม่ได้ทักทายกันนาน คิดถึงมากมาย อ่านเรื่องญี่ปุ่นของหนูทำให้อยากกลับไปเหมือนกัน อาหารอร่อย ผู้คนน่ารัก อ่อนน้อม พี่เพิ่งไปเที่ยวฮ็อกไกโดเมื่อปลาย ก.ค. ที่ผ่านมาจ้ะ รักญี่ปุ่นจังเลย
http://janjow.exteen.com/archive/201008
http://janjow.exteen.com/archive/201009
#1 by จั่นเจา At 2010-11-24 17:06,